Skip to content

Instantly share code, notes, and snippets.

@Thanajade
Last active February 12, 2026 07:07
Show Gist options
  • Select an option

  • Save Thanajade/36bbabb98b4bf2f9bcb801f73ee5dc99 to your computer and use it in GitHub Desktop.

Select an option

Save Thanajade/36bbabb98b4bf2f9bcb801f73ee5dc99 to your computer and use it in GitHub Desktop.

Revisions

  1. Thanajade revised this gist Feb 12, 2026. 1 changed file with 36 additions and 80 deletions.
    116 changes: 36 additions & 80 deletions DevOps-Nimble.md
    Original file line number Diff line number Diff line change
    @@ -4,27 +4,22 @@

    ## **1. วัฒนธรรม DevOps และการทำ Automation**

    *
    **DevOps คือวัฒนธรรม:** ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่ง แต่เป็นกระบวนการที่ทีม Development (ผู้เขียนโค้ด/ออกแบบ) และทีม Operation (ผู้วางระบบเซิร์ฟเวอร์) ทำงานร่วมกันเพื่อลดช่องว่าง (Gap) ในการทำงาน
    * **DevOps คือวัฒนธรรม:** ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่ง แต่เป็นกระบวนการที่ทีม Development (ผู้เขียนโค้ด/ออกแบบ) และทีม Operation (ผู้วางระบบเซิร์ฟเวอร์) ทำงานร่วมกันเพื่อลดช่องว่าง (Gap) ในการทำงาน


    *
    **CI (Continuous Integration):** คือการนำโค้ดที่นักพัฒนาเขียนมา Build และตรวจสอบคุณภาพ (Code Quality) รวมถึงหาข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติ
    * **CI (Continuous Integration):** คือการนำโค้ดที่นักพัฒนาเขียนมา Build และตรวจสอบคุณภาพ (Code Quality) รวมถึงหาข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติ


    * **CD (Continuous Deployment & Delivery):**
    *
    **Deployment:** การนำแอปพลิเคชันขึ้นเซิร์ฟเวอร์โดยอัตโนมัติหลังจากผ่านขั้นตอน CI
    * **Deployment:** การนำแอปพลิเคชันขึ้นเซิร์ฟเวอร์โดยอัตโนมัติหลังจากผ่านขั้นตอน CI


    *
    **Delivery:** ความสามารถในการส่งมอบงานให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
    * **Delivery:** ความสามารถในการส่งมอบงานให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว




    *
    **Infrastructure as Code (IaC):** การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น VM หรือ Server) ผ่านการเขียนโค้ดแทนการกดตั้งค่าด้วยมือ
    * **Infrastructure as Code (IaC):** การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น VM หรือ Server) ผ่านการเขียนโค้ดแทนการกดตั้งค่าด้วยมือ


    * ช่วยให้เห็นประวัติการแก้ไขผ่าน Git (Version Control)
    @@ -38,8 +33,7 @@

    ## **2. Cloud Computing และโมเดลการให้บริการ**

    *
    **ข้อดีของ Cloud:** มีความยืดหยุ่นสูง จ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) และขยายระบบ (Scale) ได้รวดเร็ว
    * **ข้อดีของ Cloud:** มีความยืดหยุ่นสูง จ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) และขยายระบบ (Scale) ได้รวดเร็ว


    * การเพิ่มทรัพยากรบน Cloud ทำได้ในไม่กี่นาที ในขณะที่ On-premise อาจใช้เวลาจัดซื้อและติดตั้งนาน 1-2 เดือน
    @@ -48,35 +42,28 @@


    * **ประเภทของ Cloud:**
    *
    **Public Cloud:** เข้าถึงได้ทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น AWS, Azure, Google Cloud
    * **Public Cloud:** เข้าถึงได้ทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น AWS, Azure, Google Cloud


    *
    **Local Cloud:** ผู้ให้บริการภายในประเทศ เช่น INET, AIS, True IDC
    * **Local Cloud:** ผู้ให้บริการภายในประเทศ เช่น INET, AIS, True IDC


    *
    **Private Cloud:** ระบบที่ล้อมรั้วไว้ใช้เฉพาะในองค์กรเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่สามารถเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตทั่วไปได้
    * **Private Cloud:** ระบบที่ล้อมรั้วไว้ใช้เฉพาะในองค์กรเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่สามารถเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตทั่วไปได้


    *
    **Hybrid Cloud:** การใช้งานร่วมกันระหว่าง Public และ Private Cloud
    * **Hybrid Cloud:** การใช้งานร่วมกันระหว่าง Public และ Private Cloud




    * **Service Models:**
    *
    **IaaS (Infrastructure as a Service):** เช่าใช้ทรัพยากรพื้นฐาน เช่น Storage, Network และ VM
    * **IaaS (Infrastructure as a Service):** เช่าใช้ทรัพยากรพื้นฐาน เช่น Storage, Network และ VM


    *
    **PaaS (Platform as a Service):** เช่าใช้แพลตฟอร์มสำหรับรันแอปพลิเคชัน เช่น Google Service หรือ App Service
    * **PaaS (Platform as a Service):** เช่าใช้แพลตฟอร์มสำหรับรันแอปพลิเคชัน เช่น Google Service หรือ App Service


    *
    **SaaS (Software as a Service):** ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปพร้อมใช้งาน เช่น Office 365, อีเมล, ปฏิทิน
    * **SaaS (Software as a Service):** ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปพร้อมใช้งาน เช่น Office 365, อีเมล, ปฏิทิน



    @@ -85,122 +72,91 @@
    ## **3. Software Stack และบริการของ AWS ในงานจริง**

    * **เครื่องมือหลัก (Stack):**
    *
    **GitLab:** ใช้เก็บ Source Code และทำ Version Control
    * **GitLab:** ใช้เก็บ Source Code และทำ Version Control


    *
    **Jenkins:** ใช้เป็นเครื่องมือหลักในการรัน Pipeline สำหรับ Build และ Deploy
    * **Jenkins:** ใช้เป็นเครื่องมือหลักในการรัน Pipeline สำหรับ Build และ Deploy


    *
    **Harbor:** ระบบเก็บ Docker Image แบบ Private (ใช้แทน Docker Hub เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขององค์กร)
    * **Harbor:** ระบบเก็บ Docker Image แบบ Private (ใช้แทน Docker Hub เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขององค์กร)


    *
    **SonarQube:** ตรวจสอบคุณภาพโค้ด (Code Smell/Bugs) โดยทีมจะตั้งเกณฑ์ว่าต้องได้คะแนน "A" เท่านั้นถึงจะผ่าน
    * **SonarQube:** ตรวจสอบคุณภาพโค้ด (Code Smell/Bugs) โดยทีมจะตั้งเกณฑ์ว่าต้องได้คะแนน "A" เท่านั้นถึงจะผ่าน




    *
    **การสแกนความปลอดภัย:** ใช้ **Dependency Check** เพื่อค้นหาช่องโหว่ (CVE) ใน Docker Image ก่อนนำไปใช้งาน
    * **การสแกนความปลอดภัย:** ใช้ **Dependency Check** เพื่อค้นหาช่องโหว่ (CVE) ใน Docker Image ก่อนนำไปใช้งาน


    * **บริการ AWS ที่สำคัญ:**
    *
    **VPC (Virtual Private Cloud):** เปรียบเสมือนการแบ่งห้องหรือคณะในมหาวิทยาลัย เพื่อแยกโปรเจกต์ออกจากกัน
    * **VPC (Virtual Private Cloud):** เปรียบเสมือนการแบ่งห้องหรือคณะในมหาวิทยาลัย เพื่อแยกโปรเจกต์ออกจากกัน


    *
    **EC2:** เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน (VM) สำหรับรันระบบ
    * **EC2:** เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน (VM) สำหรับรันระบบ


    *
    **S3:** ระบบเก็บข้อมูลประเภท Object Storage (ไฟล์รูปภาพ, วิดีโอ)
    * **S3:** ระบบเก็บข้อมูลประเภท Object Storage (ไฟล์รูปภาพ, วิดีโอ)


    *
    **EKS (Elastic Kubernetes Service):** บริการจัดการ Kubernetes บน AWS
    * **EKS (Elastic Kubernetes Service):** บริการจัดการ Kubernetes บน AWS





    ## **4. การจัดการคอนเทนเนอร์ด้วย Kubernetes (K8s)**

    *
    **หัวใจสำคัญ:** ทำหน้าที่เป็น **Orchestrator** หรือวาทยกรที่คอยควบคุมจังหวะการทำงานของคอนเทนเนอร์จำนวนมาก
    * **หัวใจสำคัญ:** ทำหน้าที่เป็น **Orchestrator** หรือวาทยกรที่คอยควบคุมจังหวะการทำงานของคอนเทนเนอร์จำนวนมาก


    * **ความสามารถหลัก:**
    *
    **Auto Scaling:** เพิ่ม/ลดจำนวนโหนดอัตโนมัติตามโหลดของผู้ใช้งาน (เช่น เพิ่มโหนดในช่วงเวลาที่คนเข้าแอปธนาคารเยอะๆ และลดลงเมื่อคนใช้น้อยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย)
    * **Auto Scaling:** เพิ่ม/ลดจำนวนโหนดอัตโนมัติตามโหลดของผู้ใช้งาน (เช่น เพิ่มโหนดในช่วงเวลาที่คนเข้าแอปธนาคารเยอะๆ และลดลงเมื่อคนใช้น้อยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย)


    *
    **Self-Healing:** เมื่อระบบตรวจพบว่าคอนเทนเนอร์ทำงานผิดปกติ (Unhealthy) จะทำการลบและสร้างใหม่ให้เองโดยอัตโนมัติ
    * **Self-Healing:** เมื่อระบบตรวจพบว่าคอนเทนเนอร์ทำงานผิดปกติ (Unhealthy) จะทำการลบและสร้างใหม่ให้เองโดยอัตโนมัติ


    *
    **Zero Downtime:** การอัปเดตเวอร์ชันใหม่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกว่าระบบหยุดทำงาน
    * **Zero Downtime:** การอัปเดตเวอร์ชันใหม่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกว่าระบบหยุดทำงาน


    *
    **Load Balancing:** กระจายการทำงานไปยังคอนเทนเนอร์หลายๆ ตัวเพื่อให้ระบบรับโหลดได้ดีขึ้น
    * **Load Balancing:** กระจายการทำงานไปยังคอนเทนเนอร์หลายๆ ตัวเพื่อให้ระบบรับโหลดได้ดีขึ้น





    ## **5. การทำงานในธุรกิจธนาคารและความมั่นคงปลอดภัย**

    *
    **SLA (Service Level Agreement):** ธนาคารมีข้อตกลงระดับการให้บริการที่เข้มงวด เช่น ระบบล่มได้ไม่เกินกี่นาทีต่อปี (หากเกินอาจมีค่าปรับหรือผลกระทบสูง)
    * **SLA (Service Level Agreement):** ธนาคารมีข้อตกลงระดับการให้บริการที่เข้มงวด เช่น ระบบล่มได้ไม่เกินกี่นาทีต่อปี (หากเกินอาจมีค่าปรับหรือผลกระทบสูง)


    * **DC/DR (Data Center & Disaster Recovery):**
    *
    **DC:** ศูนย์ข้อมูลหลัก
    * **DC:** ศูนย์ข้อมูลหลัก


    *
    **DR:** ศูนย์ข้อมูลสำรองกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยปกติธนาคารจะมีสำรองไว้อย่างน้อย 3 แห่ง
    * **DR:** ศูนย์ข้อมูลสำรองกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยปกติธนาคารจะมีสำรองไว้อย่างน้อย 3 แห่ง




    * **ลำดับการซัพพอร์ต (Support Tiers):**
    *
    **Tier 1:** Call Center รับเรื่อง


    *
    **Tier 2:** ทีม Monitor ตรวจสอบเบื้องต้น


    *
    **Tier 3:** ทีม Engineer (เช่น ทีมของคุณเม) ที่เป็นคน Implement และแก้ปัญหาเชิงลึก รวมถึงสลับระบบไปยังศูนย์สำรอง
    * **Tier 1:** Call Center รับเรื่อง


    * **Tier 2:** ทีม Monitor ตรวจสอบเบื้องต้น


    * **Tier 3:** ทีม Engineer (เช่น ทีมของคุณเม) ที่เป็นคน Implement และแก้ปัญหาเชิงลึก รวมถึงสลับระบบไปยังศูนย์สำรอง

    ---

    ### **ทักษะที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสายงานนี้**

    *
    **การสื่อสาร (Communication):** เป็นทักษะอันดับหนึ่ง เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางในการ "แปลภาษาเทคนิค" ให้เป็น "ภาษาคน" เพื่อคุยกับทีม PM, Business และ Developer ให้เข้าใจตรงกัน


    *
    **การเรียนรู้ด้วยตัวเอง:** ทักษะการรีเสิร์ชเครื่องมือใหม่ๆ อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเทคโนโลยี Cloud เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    * **การสื่อสาร (Communication):** เป็นทักษะอันดับหนึ่ง เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางในการ "แปลภาษาเทคนิค" ให้เป็น "ภาษาคน" เพื่อคุยกับทีม PM, Business และ Developer ให้เข้าใจตรงกัน

    *
    **ความรู้พื้นฐาน:** ควรศึกษาเรื่อง **Network (OSI 7 Layers)** ให้แม่นยำ เพราะจะช่วยให้ Debug ปัญหาได้ง่ายขึ้นมาก

    * **การเรียนรู้ด้วยตัวเอง:** ทักษะการรีเสิร์ชเครื่องมือใหม่ๆ อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเทคโนโลยี Cloud เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


    **คุณสนใจที่จะให้ผมช่วยเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ Pipeline ใน Jenkins หรือวิธีการตั้งค่า VPC บน AWS เพิ่มเติมไหมครับ?**
    * **ความรู้พื้นฐาน:** ควรศึกษาเรื่อง **Network (OSI 7 Layers)** ให้แม่นยำ เพราะจะช่วยให้ Debug ปัญหาได้ง่ายขึ้นมาก
  2. Thanajade created this gist Feb 12, 2026.
    206 changes: 206 additions & 0 deletions DevOps-Nimble.md
    Original file line number Diff line number Diff line change
    @@ -0,0 +1,206 @@
    นี่คือสรุปเนื้อหาโดยละเอียดจากการบรรยายของคุณเม (Cloud Engineer จาก Krungsri Nimble) โดยแบ่งเป็นหัวข้อหลักพร้อมรายละเอียดเชิงลึกครับ

    ---

    ## **1. วัฒนธรรม DevOps และการทำ Automation**

    *
    **DevOps คือวัฒนธรรม:** ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่ง แต่เป็นกระบวนการที่ทีม Development (ผู้เขียนโค้ด/ออกแบบ) และทีม Operation (ผู้วางระบบเซิร์ฟเวอร์) ทำงานร่วมกันเพื่อลดช่องว่าง (Gap) ในการทำงาน


    *
    **CI (Continuous Integration):** คือการนำโค้ดที่นักพัฒนาเขียนมา Build และตรวจสอบคุณภาพ (Code Quality) รวมถึงหาข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติ


    * **CD (Continuous Deployment & Delivery):**
    *
    **Deployment:** การนำแอปพลิเคชันขึ้นเซิร์ฟเวอร์โดยอัตโนมัติหลังจากผ่านขั้นตอน CI


    *
    **Delivery:** ความสามารถในการส่งมอบงานให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว




    *
    **Infrastructure as Code (IaC):** การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น VM หรือ Server) ผ่านการเขียนโค้ดแทนการกดตั้งค่าด้วยมือ


    * ช่วยให้เห็นประวัติการแก้ไขผ่าน Git (Version Control)


    * ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) และสามารถทำซ้ำ (Reproducible) ได้ง่าย





    ## **2. Cloud Computing และโมเดลการให้บริการ**

    *
    **ข้อดีของ Cloud:** มีความยืดหยุ่นสูง จ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) และขยายระบบ (Scale) ได้รวดเร็ว


    * การเพิ่มทรัพยากรบน Cloud ทำได้ในไม่กี่นาที ในขณะที่ On-premise อาจใช้เวลาจัดซื้อและติดตั้งนาน 1-2 เดือน




    * **ประเภทของ Cloud:**
    *
    **Public Cloud:** เข้าถึงได้ทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น AWS, Azure, Google Cloud


    *
    **Local Cloud:** ผู้ให้บริการภายในประเทศ เช่น INET, AIS, True IDC


    *
    **Private Cloud:** ระบบที่ล้อมรั้วไว้ใช้เฉพาะในองค์กรเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ไม่สามารถเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตทั่วไปได้


    *
    **Hybrid Cloud:** การใช้งานร่วมกันระหว่าง Public และ Private Cloud




    * **Service Models:**
    *
    **IaaS (Infrastructure as a Service):** เช่าใช้ทรัพยากรพื้นฐาน เช่น Storage, Network และ VM


    *
    **PaaS (Platform as a Service):** เช่าใช้แพลตฟอร์มสำหรับรันแอปพลิเคชัน เช่น Google Service หรือ App Service


    *
    **SaaS (Software as a Service):** ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปพร้อมใช้งาน เช่น Office 365, อีเมล, ปฏิทิน





    ## **3. Software Stack และบริการของ AWS ในงานจริง**

    * **เครื่องมือหลัก (Stack):**
    *
    **GitLab:** ใช้เก็บ Source Code และทำ Version Control


    *
    **Jenkins:** ใช้เป็นเครื่องมือหลักในการรัน Pipeline สำหรับ Build และ Deploy


    *
    **Harbor:** ระบบเก็บ Docker Image แบบ Private (ใช้แทน Docker Hub เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขององค์กร)


    *
    **SonarQube:** ตรวจสอบคุณภาพโค้ด (Code Smell/Bugs) โดยทีมจะตั้งเกณฑ์ว่าต้องได้คะแนน "A" เท่านั้นถึงจะผ่าน




    *
    **การสแกนความปลอดภัย:** ใช้ **Dependency Check** เพื่อค้นหาช่องโหว่ (CVE) ใน Docker Image ก่อนนำไปใช้งาน


    * **บริการ AWS ที่สำคัญ:**
    *
    **VPC (Virtual Private Cloud):** เปรียบเสมือนการแบ่งห้องหรือคณะในมหาวิทยาลัย เพื่อแยกโปรเจกต์ออกจากกัน


    *
    **EC2:** เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน (VM) สำหรับรันระบบ


    *
    **S3:** ระบบเก็บข้อมูลประเภท Object Storage (ไฟล์รูปภาพ, วิดีโอ)


    *
    **EKS (Elastic Kubernetes Service):** บริการจัดการ Kubernetes บน AWS





    ## **4. การจัดการคอนเทนเนอร์ด้วย Kubernetes (K8s)**

    *
    **หัวใจสำคัญ:** ทำหน้าที่เป็น **Orchestrator** หรือวาทยกรที่คอยควบคุมจังหวะการทำงานของคอนเทนเนอร์จำนวนมาก


    * **ความสามารถหลัก:**
    *
    **Auto Scaling:** เพิ่ม/ลดจำนวนโหนดอัตโนมัติตามโหลดของผู้ใช้งาน (เช่น เพิ่มโหนดในช่วงเวลาที่คนเข้าแอปธนาคารเยอะๆ และลดลงเมื่อคนใช้น้อยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย)


    *
    **Self-Healing:** เมื่อระบบตรวจพบว่าคอนเทนเนอร์ทำงานผิดปกติ (Unhealthy) จะทำการลบและสร้างใหม่ให้เองโดยอัตโนมัติ


    *
    **Zero Downtime:** การอัปเดตเวอร์ชันใหม่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ใช้งานไม่รู้สึกว่าระบบหยุดทำงาน


    *
    **Load Balancing:** กระจายการทำงานไปยังคอนเทนเนอร์หลายๆ ตัวเพื่อให้ระบบรับโหลดได้ดีขึ้น





    ## **5. การทำงานในธุรกิจธนาคารและความมั่นคงปลอดภัย**

    *
    **SLA (Service Level Agreement):** ธนาคารมีข้อตกลงระดับการให้บริการที่เข้มงวด เช่น ระบบล่มได้ไม่เกินกี่นาทีต่อปี (หากเกินอาจมีค่าปรับหรือผลกระทบสูง)


    * **DC/DR (Data Center & Disaster Recovery):**
    *
    **DC:** ศูนย์ข้อมูลหลัก


    *
    **DR:** ศูนย์ข้อมูลสำรองกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยปกติธนาคารจะมีสำรองไว้อย่างน้อย 3 แห่ง




    * **ลำดับการซัพพอร์ต (Support Tiers):**
    *
    **Tier 1:** Call Center รับเรื่อง


    *
    **Tier 2:** ทีม Monitor ตรวจสอบเบื้องต้น


    *
    **Tier 3:** ทีม Engineer (เช่น ทีมของคุณเม) ที่เป็นคน Implement และแก้ปัญหาเชิงลึก รวมถึงสลับระบบไปยังศูนย์สำรอง





    ---

    ### **ทักษะที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสายงานนี้**

    *
    **การสื่อสาร (Communication):** เป็นทักษะอันดับหนึ่ง เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนกลางในการ "แปลภาษาเทคนิค" ให้เป็น "ภาษาคน" เพื่อคุยกับทีม PM, Business และ Developer ให้เข้าใจตรงกัน


    *
    **การเรียนรู้ด้วยตัวเอง:** ทักษะการรีเสิร์ชเครื่องมือใหม่ๆ อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเทคโนโลยี Cloud เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


    *
    **ความรู้พื้นฐาน:** ควรศึกษาเรื่อง **Network (OSI 7 Layers)** ให้แม่นยำ เพราะจะช่วยให้ Debug ปัญหาได้ง่ายขึ้นมาก



    **คุณสนใจที่จะให้ผมช่วยเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการทำ Pipeline ใน Jenkins หรือวิธีการตั้งค่า VPC บน AWS เพิ่มเติมไหมครับ?**